หน้าแรก / หมวดหมู่หนังสือ / ธุรกิจ / [รีวิวหนังสือ] จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ [หนังสือดาวน์โหลดฟรี]

[รีวิวหนังสือ] จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ [หนังสือดาวน์โหลดฟรี]



ชื่อหนังสือ : จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ (e-Commerce StartUp!)
จัดทำโดย : สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
พิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2557
« ดาวน์โหลดฟรี จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ »

หนังสือ จุดประกายสู่...เถ้าแก่ออนไลน์
หนังสือ จุดประกายสู่...เถ้าแก่ออนไลน์

เนื้อหาในหนังสือ

“จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ (e-Commerce StartUp!)” เป็นหนังสือในโครงการเพิ่มศักยภาพการทำธุรกรรมออนไลน์ เน้นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs/OTOP ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ทด้า) ที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอีคอมเมิร์ซให้แก่ผู้ที่สนใจโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ทั้งกลุ่มที่ทำอยู่แล้วและกลุ่มที่คิดจะเริ่มต้น ได้นำไปเป็นแนวทางเข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ที่สามารถเพิ่มยอดขายหรือสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจได้มากขึ้น

เนื้อหาบทแรกเริ่มต้นด้วยกรณีศึกษาเถ้าแก่ออนไลน์ที่ใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซและประสบความสำเร็จมาแล้วหลายราย ตามด้วยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ แนวทางการทำอีคอมเมิร์ซ การทำการตลาดออนไลน์ เทคนิคการสื่อสารการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย และความเข้าใจเรื่องจรรยาบรรณเพื่อให้ธุรกิจออนไลน์สำเร็จอย่างยั่งยืน

เส้นทางสู่…เถ้าแก่ออนไลน์

  1. เริ่มวางแผนธุรกิจออนไลน์
    รูปแบบของกลุ่มหรือองค์กรที่ทำการซื้อขายระหว่างกันเป็นแบบใด
    – B-to-C การค้าขายออนไลน์ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อทั่วไป
    – B-to-B การค้าขายออนไลน์ระหว่างผู้ขายด้วยกัน
    – B-to-G การค้าขายออนไลน์ระหว่างผู้ขายกับรัฐบาล
    – C-to-C การค้าขายออนไลน์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ซื้อ เช่น ebay.com kaidee.com

    องค์ประกอบของ e-Commerce คือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และตัวสินค้า ดังนั้น ปัจจัยที่ส่งผลให้ e-Commerce ประสบความสำเร็จคือ การที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินค้าของผู้ขายได้ และผู้ซื้อต้องไว้วางใจผู้ขาย

  2. ตั้งคำถามให้ตัวเองตามหลัก 5W+1H
    วางแผนทำอีคอมเมิร์ซด้วยคำถาม 5W+1H เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าและสินค้าที่ต้องการจะขาย
    – Who ใครคือลูกค้า
    – What อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
    – Where ลูกค้าอยู่ที่ใด
    – When เมื่อไหร่ที่ลูกค้าต้องการ
    – Why เหตุใดที่ลูกค้าต้องซื้อหรือใช้บริการจากเรา
    – How จะเข้าถึงลูกค้าได้อย่างไร

  3. ลงมือปั้นเว็บไซต์
    เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ต้องมีการออกแบบที่ดีและเหมาะกับสินค้าที่ขาย มีระบบตะกร้าสินค้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเลือกสินค้า แสดงข้อมูลครบถ้วน ได้แก่ รายละเอียดสินค้า วิธีการชำระเงิน การจัดส่ง และการรับประกันสินค้า

  4. ลุยเรื่องการตลาด
    การทำการตลาดเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าของผู้ขายได้

    การเกิดขึ้นของโซเชียลเน็ตเวิร์กส่งผลให้สามารถทำการตลาดในรูปแบบใหม่ หรือการตลาดยุค 3.0 ที่ผู้ซื้อไม่เพียงเป็นฝ่ายตั้งรับในการสื่อสารทางการตลาด แต่สามารถสื่อสารโต้ตอบกลับไปยังผู้ขาย รวมถึงการสื่อสารระหว่างผู้ซื้อด้วยกันเอง (Two-Way Communication) ซึ่งมีความแตกต่างกับยุคเว็บก่อนหน้าที่เป็นการสื่อสารทางเดียว (One-Way Communication) ในยุคนี้ผู้ซื้อสามารถแสดงความคิดเห็นไปสู่สาธารณะโดยโน้มน้าวความคิดและความรู้สึกของผู้ซื้อรายอื่นๆ ให้คล้อยตาม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อและการตัดสินใจได้มากกว่าการทำการตลาดผ่านทางสื่ออื่นๆ

    ตัวอย่างของรูปแบบกลยุทธ์การตลาด
    Online Media
    – Advertising (ลงโฆษณา Google Adwords, Facebook )
    – Link Exchange (แลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์อื่น)
    – e-mail Marketing (ส่งอีเมล์แจ้งข่าวสาร)
    – PR & Press Release (การประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อต่างๆ /เขียนข่าวส่งหานักข่าว)
    – Search Engine Marketing (SEO การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับผลการค้นหาในหน้าแรกของ Search Engine เช่น Google)
    – Affiliate Marketing (ขายผ่านนายหน้าออนไลน์ โดยจ่ายค่าจ้างคอมมิชชั่นกลับไปให้)
    – Viral Marketing (ปากต่อปากออนไลน์)
    – Blog Marketing (บทความใน Blog)
    – RSS Feed (ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบ XML ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการกระจายข่าวสารบนเว็บไซต์เมื่อมีการอัพเดท)
    – VDO Marketing (ผลิตคลิปวีดีโอที่แสดงถึงภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าและบริการ แล้วเผยแพร่ผ่าน YouTube/Facebook/Instagram )
    – Mobile Marketing (การส่ง SMS, การส่งข้อมูลข่าวสารทาง LINE)
    – Location Marketing (เช่น Google Map)
    – Social Marketing (เช่น Facebook, twitter, Google Plus, Instragram, Pinterest )
    – e-Marketplace (คือ ตลาดกลางที่รวบรวมสินค้า และร้านค้าหรือบริษัท จำนวนมาก เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกัน เช่น ebay Lazada, weloveshoping, tarad)
    ** เพื่อเป็นประโยชน์ บางส่วนเขียนคำอธิบายให้เอง ไม่มีในหนังสือค่ะ **

    Offline Media
    – TV / Radio
    – Print Ads.
    – Outdoor Media
    – Press Conference
    – Exhibition
    – Training / Seminar

  5. สร้างกระแสให้ธุรกิจน่าบอกต่อ
    – ค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการให้บอกต่อ เช่น จุดเด่นของสินค้า ความโดดเด่นของบริการ สโลแกน โปรโมชั่น โดยสิ่งที่ต้องการให้บอกต่อนี้ต้องมีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย จนผู้ที่พบเห็นอยากบอกต่อ
    – พิจารณาและออกแบบสิ่งที่ต้องการให้ผู้คนบอกต่อ อาจใช้ภาพแสดงบทสรุปของข้อมูล หรือที่เรียกว่า Infographic
    – ทำการประชาสัมพันธ์ เช่น เผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเมื่อมีผู้มาพบเห็นก็มีโอกาสที่จะนำไปเผยแพร่ต่อไป

  6. จรรยาบรรณเถ้าแก่ออนไลน์
    เก็บรักษาข้อมูลลูกค้า ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

คุยกันหลังอ่าน

หนังสือแนวสอนทำธรุกิจอีคอมเมิร์ซ หรือสอนขายของออนไลน์ผ่านช่องทางระบบอินเทอร์เน็ต ควรหาอ่านจากหนังสือที่มีเนื้อหาทันสมัย เพราะสมัยนี้เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงค่อนข้างไวค่ะ สำหรับเล่มนี้จัดทำเมื่อ กันยายน 2557 (ออกมาแล้ว 2 ปี) เนื้อหาภายในหนังสือยังสามารถนำไปใช้ได้ดีในธุรกิจอีคอมเมิร์ซยุคปัจจุบัน

ขอชมเรื่องการจัดทำรูปเล่ม ทำได้สวยน่าอ่านมาก มีการใช้ภาพถ่ายและรูปกราฟฟิคประกอบ ใช้สีสันสำหรับส่วนหัวข้อและข้อความสำคัญ แบ่งช่วงเนื้อหาดี ไม่ได้มีแต่ตัวหนังสือเป็นพรืดๆ

เนื้อหาในหนังสือเริ่มต้นด้วยการจูงใจให้คนอยากเข้ามาทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จากการยกตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจต่างๆ ทำให้ผู้อ่านอยากติดตามเนื้อหาในบทต่อๆ ไป จากนั้นนำเสนอความรู้พื้นฐาน แจกแจงวิธีการทำอีคอมเมิร์ซไว้อย่างครบถ้วนและเป็นขั้นเป็นตอน

ไม่แน่ใจว่ามือใหม่ที่อยากจะเข้าวงการจะอ่านได้จนจบหรือเปล่า เพราะเนื้อหาหลักการต่างๆ เยอะ มีคำศัพท์แสงไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านรอบแรกอาจจะสับสนหรือมึนงงได้ แนะนำว่าอ่านแบบให้เห็นภาพรวมของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมดก่อน แล้วเวลาเรากำลังลงมือทำขั้นตอนไหน ก็กลับมาอ่านข้อมูลในเรื่องนั้นๆ ซ้ำอีกครั้ง

ประโยคในหนังสือที่อ่านแล้วถูกใจ คือ

อีคอมเมิร์ซยุคใหม่
ต้องอยู่กับลูกค้าตลอดเวลา
อย่าพูดในสิ่งที่เราต้องการบอกลูกค้า
แต่…จงพูดในสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา

คล้ายกับประโยค “คนไม่ชอบถูกขาย แต่ชอบซื้อ” เลยค่ะ
เวลาพูดคุยกับลูกค้าจะพึงระลึกไว้ค่ะ

เอาเป็นว่า ใครสนใจเริ่มต้นทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะมองเห็นว่าควรจะต้องทำอะไรบ้าง เริ่มลงมือทำได้เลย ขอให้ประสบความสำเร็จค่ะ ^^

หาซื้อหนังสือได้ที่ไหน?
« ดาวน์โหลดฟรี จุดประกายสู่…เถ้าแก่ออนไลน์ »

แนะนำหนังสือแนวเดียวกันอีกเล่มค่ะ
« ดาวน์โหลดฟรี คู่มือลัด เปิดร้านค้าออนไลน์ได้ด้วยตัวคุณเอง »

เกี่ยวกับ จอย

ไม่ใช่นักอ่านหนังสือตัวยง ทุกวันนี้พยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะการอ่านหนังสือดีๆ ทำให้เราได้ความรู้ และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ เคยทำงานประจำด้าน IT มาก่อน ปัจจุบันเขียนบทความใน Blog ไปเรื่อย และเปิดร้านค้าออนไลน์ www.rudedogonline.com

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

robinson-crusoe

โรบินสัน ครูโซ (Robinson Crusoe)

นวนิยายอมตะ แนวผจญภัย เกี่ยวกับกะลาสีเรือที่รอดชีวิตจากเรืออับปาง แล้วต้องไปใช้ชีวิตอยู่บนเกาะร้างเพียงลำพัง เขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *