หน้าแรก / หมวดหมู่หนังสือ / นิยาย เรื่องสั้น / [รีวิวหนังสือ] นิยาย This Time…Lucky in Game, Lucky in Love แนว BL

[รีวิวหนังสือ] นิยาย This Time…Lucky in Game, Lucky in Love แนว BL



ชื่อหนังสือ : This Time…Lucky in Game, Lucky in Love
ผู้เขียน : เยวี่ยซย่าเตี๋ยอิ่ง
ผู้แปล : ซิ่วจิ่น
สำนักพิมพ์ : เอเวอร์วาย (ในเครือแจ่มใส)
พิมพ์ครั้งแรก : มิถุนายน 2559
ISBN : 978-616-06-1826-2
จำนวนเล่ม : 2 เล่มจบ
จำนวนหน้า : 744
ราคา : 699 บาท (แบบไม่มี Box Set)

คำโปรยปกหลัง:
หากเปรียบชีวิตคนเราเป็นเกมหมากรุก ฝีมือการเดินหมากของ “ลู่เฉิงหยู” คงอยู่ในขั้นห่วยบรม แม้มีลุคคุณชายแต่กลับอับโชค พอดวงจะดีขึ้นหน่อยก็ดันมาตายซะก่อน ที่ถูกคือเขาควรไปอยู่หน้าประตูนรก-สวรรค์ ไม่ใช่กลับมาเป็นนักศึกษาจบใหม่! หรือสวรรค์จะเห็นใจที่เขาเดินทางผิดจนซวยตลอดชาติ จึงมอบโอกาสให้เขาได้เลือกอีกครั้ง?! กลับมารอบนี้ มือซ้ายกำ “เทพแห่งโชคลาภ” มือขวากำ “ประสบการณ์ชีวิต”

ไม่ว่าจะเป็นเกมชีวิต หรือเกมความรัก ลู่เฉิงหยูคนนี้พร้อมสู้ทุกสนาม!

นิยาย This Time...Lucky in Game, Lucky in Love

เนื้อเรื่องย่อ

ปู่ของลู่เฺฉิงหยูนั้นตั้งชื่อให้เขาว่า “เฉิงหยู” โดยหวังให้เขาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ สิ่งใดการใดล้วนเหลือๆ เฟือๆ ผลสุดท้ายแล้ว ตลอดชีวิตของเขาไม่ว่าสิ่งใดการใดล้วนขาดๆ แคลนๆ ตั้งแต่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจนกระทั่งตายไม่เคยมีโชคดีเลยสักครั้ง ไม่ว่าทำงานอะไรก็มีปัญหาตลอด แม้แต่คนรักสักคนก็ยังไม่มี  คนที่คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว ลืมตาขึ้นมากลับพบว่าตัวเองนอนอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย เขาได้ย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนที่กำลังจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ เมื่อได้รับโอกาสในชีวิตใหม่อีกครั้งเขาก็มุ่งมั่นจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเก่าให้ได้! ลู่เฉิงหยูจะทำให้ตนเองโชคดีมีความสุขทั้งในเรื่องการงานและเรื่องความรักได้หรือไม่?  ติดตามได้ใน This Time…Lucky in Game, Lucky in Love

คุยกันหลังอ่าน

(คำเตือน: มีสปอยล์บ้าง) This Time…Lucky in Game, Lucky in Love เป็นนิยายแปลจากต้นฉบับภาษาจีน แนววาย/BL แบบไม่เข้มข้น อ่านช่วงต้นจะไม่รู้เลยค่ะว่าเป็นนิยายแนว BL   เรื่องนี้ได้อ่านเพราะมีคนแนะนำไว้ในอินเตอร์เน็ต แต่ก่อนสามารถอ่านได้ฟรีที่เว็บ dek-d   หลังจากเคยอ่านจบไป 2 รอบแล้ว ต่อมาอยากกลับไปอ่านอีกสักรอบ ก็ได้ทราบข่าวว่าเรื่องนี้ได้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว ผู้แปลเรื่องในเว็บ dek-d จึงได้ซ่อนเนื้อหาทำให้อ่านไม่ได้แล้ว T.T  ด้วยความที่ยังอยากอ่านอยู่ เลยทำการสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง This Time…Lucky in Game, Lucky in Love มาไว้ในครอบครอง เรื่องนี้เป็นนิยายแนว BL เพียงเรื่องเดียวที่อ่านออนไลน์แล้วยังซื้อฉบับหนังสือมาเก็บไว้อ่านซ้ำค่ะ

เอ๊ะ เรื่องนี้มันโดนใจได้ขนาดนั้นเลย! ความชอบนิยายของแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้วค่ะ  ส่วนตัวแล้วที่ชอบเรื่องนี้เพราะหลงรักตัวละคร โดยบุคลิกลักษณะนิสัยของตัวละครหลักเป็นแบบที่ชอบอ่านเลย คือ พระเอกเป็นคนซื่อตรง จริงใจ รักนายเอกมากๆ นายเอกก็แมนๆ ไม่งี่เง่า ฉลาด เก่งหลายด้าน และยังชอบความมุ้งมิ้งเบาๆ เวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

สำนวนการแปล

ผู้แปล คือ ซิ่วจิน ซึ่งมีผลงานแปลเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ว่าด้วยอาชีพนางสนม (ตีพิมพ์แล้ว กับสนพ.แจ่มใส) สำนวนการแปลใน This Time…Lucky in Game, Lucky in Love โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะ เสียดายที่มันไม่ลื่นไหลได้ตลอดเรื่อง เพราะมีจุดที่อ่านแล้วต้องสะดุดอยู่ไม่น้อย รู้สึกแปลแล้วแปลกๆ น่าจะเลือกใช้คำบางคำ หรือจัดรูปประโยคได้ดีกว่านี้ มีงงบ้างเรื่องคำสรรพนาม (เป็นเพื่อนกันแต่นับถือกันแบบพี่น้อง ถ้าอายุมากกว่าจะเรียกพี่ ไม่เรียกชื่อเฉยๆ)

ตัวละคร

  • ลู่เฉิงหยู (เสี่ยวลู่, เสี่ยวหยู) เป็นหนุ่มนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง พึ่งเรียนจบ อายุย่าง 22 ปี หน้าตาดี เรียนเก่ง ฉลาด มีความสามารถในการทำงานสูง เข้าสังคมเก่ง ชอบรักษาภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดีเสมอ ภายนอกจึงดูเป็นคนดี มีมารยาท อัธยาศัยดี ยิ้มง่าย (ยิ้มสวยด้วย) เป็นที่ชื่นชอบของคนมากมาย แต่คนที่ได้คบกับลู่เฉิงหยูจนสนิทสนมจะรู้ว่า ลู่เฉิงหยูเป็นจิ้งจอกหรือปีศาจเจ้าเสน่ห์จำแลงมา เพราะแท้จริงแล้วเป็นคนปากร้าย เจ้าเล่ห์ เจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าได้เป็นฝ่ายอริกับลู่เฉิงหยูเชียว

    พ่อแม่ของลู่เฉิงหยูเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ความสัมพันธ์กับเครือญาติค่อนข้างห่างเหิน ตอนใกล้เรียนจบลู่เฉิงหยูได้มาสมัครงานที่บริษัทหัวติ่ง และผ่านการคัดเลือกได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา หลังจากผ่านช่วงฝึกงานได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วยประธานบริษัท ทำให้ได้มาสนิทสนมใกล้ชิดกับเอี๋ยนมู่  นอกจากนี้ลู่เฉิงหยูยังเป็นเน็ตไอดอลที่มีคนติดตามจำนวนมากใน WEIBO (เว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดังของจีน) อีกด้วย

    เรื่องลึกลับ ความจริงลู่เฉิงหยูได้ตายไปแล้ว เมื่อฟื้นขึ้นมากลายเป็นว่าได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยย้อนเวลากลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนกำลังจะจบการศึกษา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมลู่เฉิงหยู่ถึงมีความสามารถหลายด้าน เหมือนคนที่ผ่านประสบการณ์มามากทั้งที่อายุยังน้อย

  • เอี๋ยนมู่ (พี่มู่) เป็นคนชนชั้นสูง เกิดในตระกูลร่ำรวยและมีอิทธิพล (สกุลฝ่ายแม่คือมู่ สกุลฝ่ายพ่อคือเอี๋ยน) เป็นประธานบริษัทหัวติ่ง อายุ 28 ปี หน้าตาดี มีรัศมีเจ้านายสูงศักดิ์ มักมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์ตลอด นิ่งๆ หน้าตายเป็นกิจ เป็นผู้นำที่เก่งกาจ มั่นใจในตัวเองสูง พึ่งพาได้ บทจะโหดก็น่ากลัว ไม่เคยรักใครมาก่อน เมื่อรักใครแล้วรักจริง ทุ่มหมดตัวหมดใจ

    ชีวิตครอบครัวเอี๋ยนมู่ไม่อบอุ่น พ่อมีเมียน้อยและลูกชายนอกสมรสอีกคน แม่ของเอี๋ยนมู่ป่วยเสียชีวิตตั้งแต่เอี๋ยนมู่เป็นเด็กอายุ 10 ขวบ จากนั้นเอี๋ยนมู่ไปใช้ชีวิตและเรียนต่อที่เมืองนอก ต่อมาพ่อเสียชีวิต เอี๋ยนมู่พยายามกุมอำนาจเบ็ดเสร็จขึ้นเป็นผู้นำของบริษัทหัวติ่ง

ตัวละครหลักทั้งนายเอกและพระเอก ลู่เฉิงหยู (เสียวหยู) และเอี๋ยนมู่ (พี่มู่) คาแรคเตอร์ชัดเจน มีความโดดเด่น และมีเสน่ห์ เป็นสิ่งที่ทำให้หลงรักเรื่องนี้อย่างแรง จนเสียเงินซื้อหนังสือเรื่องนี้มาค่ะ  ชาติที่แล้วทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน ต่างฝ่ายถึงได้ไม่มีคู่ ชาตินี้พี่มู่ใช้ความพยายามมากหน่อย ได้เสี่ยวหยูมาเป็นคนข้างกายจนได้

ชอบลู่เฉิงหยูที่เก่งกาจ นิสัยแบบเสี่ยวหยูนี่ชีวิตมีความสุขง่าย เพราะไม่เก็บคำครหานินทาของคนที่หวังร้ายมาใส่ใจ อย่างตอนที่โดนว่าเป็นไอ้หน้าอ่อน โสเภณี หรือชายขายตัว ใครจะว่าอย่างไรเสี่ยวหยูไม่สน แค่ใช้ชีวิตของตัวเองไปอย่างมีความสุขก็พอ และหลังคบกับเอี๋ยนมู่แล้ว ก็ไม่แสร้งทำตัวเป็นคนทระนงในศักดิ์ศรี แบบไม่ยอมใช้เงินของอีกฝ่าย ไม่รับความช่วยเหลือใดๆ เสี่ยวหยูคิดว่าการทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคนรักกันแย่ลง (แล้วคนอ่านก็จะรู้สึกหงุดหงิด เพราะนายเอกงี่เง่าด้วยค่ะ)

ส่วนเอี๋ยนมู่ หรือพี่มู่ นี่หลงรักเลยค่ะ เป็นคนรักที่แสนดีเว่อร์ คนอะไรจริงใจ และทุ่มเทให้อีกฝ่ายได้ขนาดนี้ ด้วยความที่พี่มู่เป็นคนจริงจังในชีวิตมาก พูดล้อเล่นก็ไม่เป็น หน้านิ่งตลอด ยิ้มยังไม่เป็นเลย (จะแค่ยกมุมปากขึ้นสูง) เวลาทำอะไรหวานๆ จะดูทื่อๆ เงอะงะ ทำให้คนอ่านอมยิ้มขำด้วยความเอ็นดูค่ะ

“ในสายตาของพี่ผมดีถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ ” ลู่เฉิงหยูยิ้มๆ แล้วเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา
“เสี่ยเป็นเศรษฐีเก้าหลัก สุดหล่อยิ้มให้สักครั้ง ทำให้เสี่ยมีความสุขหน่อยซิจ๊ะ ”

เอี๋ยนมู่มองลู่เฉิงอยู่ด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะใช้นิ้วชี้มือขวากดมุมปากให้ยกขึ้นสูง

วินาทีต่อมา เสียงหัวเราะก็ดังลั่นรถ
เอี๋ยนมู่มองคนที่ทิ้งตัวลงหัวเราะบนหน้าตักของเขาอย่างทำอะไรไม่ได้ แล้วเอื้อมมือไปรั้งเอวของอีกฝ่ายไว้ ก่อนที่จะกลิ้งลงไปหัวเราะที่พื้นรถ แต่คราวนี้มุมปากเขายกสูงขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้ตัวช่วย

เอี๋ยนมู่มองชุดนอนบางนิ่มของอีกฝ่ายแล้วยื่นมือไปดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะให้ ลูบหูน้องหมานิ่มๆ บนฮู้ดหลายที “ลงไปข้างล่างกัน ฉันทำอาหารเช้าให้ทาน ”

ลู่เฉิงหยูได้ยินก็กระโดดลงจากเตียง สวมรองเท้าแตะขนฟูแล้วยิ้มตาหยีพร้อมทำท่าส่งจูบให้ลอยไปหาอีกฝ่าย “ที่รักครับ จ๊วบๆ”

เอี๋ยนมู่กระแอมก่อนแล้วถึง “อืม จ๊วบๆ”

ลู่เฉิงหยูเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตายพูดสามคำนี้ออกมาแล้วต้องหลุดหัวเราะพรืด ก่อนจะรีบไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้มหวาน

ตัวละครประกอบ

  • เฉาจิงเซิง เป็นเลขานุการของเอี๋ยนมู่ อายุ 30 ปี ถูกชะตากับลูเฉิงหยู จึงเอ็นดูและคอยช่วยเหลือ ชอบรับฝีปากกัดกันกับลู่เฉิงหยูประจำ
  • จวงยู่ เพื่อนของเอี๋ยนมู่ เป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์ Yuhe City of Cinema นิสัยคล้ายและเข้ากันได้ดีกับลู่เฉิงหยู
  • จางเจ๋ออวิ๋น เพื่อนของเอี๋ยนมู่ เป็นลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล
  • ฉีจิ่งเฟิง เพื่อนของเอี๋ยนมู่ เป็นคุณชายตระกูลดัง
  • จงเจิงหาน ดารานักแสดงชายชื่อดัง เพื่อนของลู่เฉิงหยู สนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว
  • มู่ฉีฮวา พี่ชายของเอี๋ยนมู่ (เป็นลูกพี่ลูกน้อง) เป็นนักการเมืองระดับสูง จิ้งจอกหน้ายิ้ม เจ้าเล่ห์เหมือนเสี่ยวหยู
  • มู่ฉีหรง พี่ชายของเอี๋ยนมู่ (เป็นลูกพี่ลูกน้อง) เคยทำงานเป็นทหารหน่วยพิเศษ

ตัวละครอื่นๆ มีส่วนเสริมทำให้ความสนุกสนานของเรื่องนี้เพิ่มขึ้นคูณสองเลยค่ะ ต้องยกความดีความชอบให้เลขาเฉา เหล่าคุณชาย 3 ตระกูลดังเพื่อนของเอี๋ยนมู่ และจงเจิงหาน นอกจากนี้ยังมีตัวร้ายตระกูลเหลียง เหลียงกั๋วหมิงคนพ่อ กับเหลี่ยงเต๋อโย่วคนลูก ที่มาสร้างสีสันแสดงให้เห็นถึงความร้ายกาจของลู่เฉิงหยูอีกด้วยค่ะ และขอบคุณมู่ฉีฮวากับมู่ฉีหรง ที่คอยให้ความช่วยเหลือทั้งพี่มู่และเสี่ยวหยูของพวกเรา

พล็อตเรื่อง

ลู่เฉิงหยูตายแล้วแต่กลับมีโอกาสได้ใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ตั้งใจว่าชีวิตนี้จะต้องเอาดีให้ได้ ไม่ยอมย่ำแย่แบบชาติที่แล้วเด็ดขาด และจะถือโอกาสจัดการกับคนเลวร้ายที่เป็นสาเหตุให้พ่อแม่ของตนเสียชีวิตด้วย  ครั้งนี้ลู่เฉิงหยูมีต้นทุนจากประสบการณ์ที่่สั่งสมมาในชาติที่แล้ว บวกกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าหลายอย่าง จึงดำเนินชีวิตหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เริ่มจากเปลี่ยนบริษัทที่สมัครงานเป็นหัวติ่ง (ทำให้ได้รู้จักเอี๋ยนมู่) ถูกรางวัลล็อตเตอรี่ยี่สิบล้านเพราะจำชุดตัวเลขฉลากรอบนั้นได้ มีเงินไปซื้อหุ้นบริษัทหัวติ่ง และลงทุนทำภาพยนตร์นกน้อยบินผงาดจนได้กำไรหลายร้อยล้าน กลายเป็นเศรษฐีเก้าหลัก แต่ถึงแบบนั้นชีวิตของลู่เฉิงหยูก็ยังไม่ราบรื่นไปทุกเรื่อง คนธรรมดาอย่างเสี่ยวหยูทำไมถึงมีคนปองร้ายถึงขั้นเอาชีวิตได้ หรือการตายของพ่อแม่ของเขาจะมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดากันแน่?

นิยายจีนหลายเรื่องที่ใช้พล็อตเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น แต่ลู่เฉิงหยูไม่ได้ตายแล้วเกิดใหม่เป็นคนใหม่ ยังเป็นคนเดิมแต่เหมือนเกิดใหม่ในช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตผ่านมาแล้ว ในเนื้อเรื่องไม่มีการบอกเหตุผลว่าทำไมลู่เฉิงหยูถึงได้กลับมามีชีวิตใหม่ได้ และไม่ได้เล่าถึงสาเหตุการตายแบบชัดเจนนัก

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในที่ทำงานบริษัทหัวติ่ง เกี่ยวพันกับการทำงานและการแข่งขันทางธุรกิจ และมีเรื่องของวงการบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตลอด เพราะตัวละครหลักทั้งคู่ทำงานในบริษัทใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์และอิเล็กทรอนิกส์ และลู่เฉิงหยูเป็นนักลงทุนทำภาพยนตร์ที่เป็นเน็ตไอดอลชื่อดังด้วย

เรื่องนี้ไม่มีดราม่าหนักๆ เลย ลู่เฉิงหยูเป็นนายเอกที่ออกจะสบาย โชคดี มีคนคอยช่วยเหลือตลอดเรื่อง ทั้งที่ลู่เฉิงหยูไปรักกับคุณชายสูงศักดิ์อย่างเอี๋ยนมู่ ก็ไม่โดนกีดกันอะไรมากมาย

เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายรักหวานแหวว ไม่มีฉากปะทะคารมกัดกันของพระนายหรือฉากพ่อแง่แม่งอน และไม่มีฉากอัศจรรย์ NC เลยตลอดเรื่องค่ะ

การดำเนินเรื่อง

การดำเนินเรื่อง This Time…Lucky in Game, Lucky in Love เนิบๆ ไม่เร็ว เมื่อผ่านเหตุการณ์ต่างๆ จะมีตัวละครค่อยๆ เพิ่มเข้ามาตลอด

การที่อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกสนุก วางไม่ลง คิดว่าเป็นเพราะการเล่าเรื่องที่ลื่นไหล และประโยคในหนังสือมันจะชวนให้ขำเล็กๆ ตลอดเรื่อง เลยอ่านต่อเนื่องไปได้แบบไม่เบื่อเลยค่ะ

  • จวงยู่ลูบจมูกแล้วยอมรับชะตากรรมตัวเองแต่โดยดี เริ่มเก็บจานชามบนโต๊ะไปล้าง เขายอมล้างจานแต่ไม่ขอดูฉากสวีตแอบรักไร้เดียงสาของพี่มู่โดยเด็ดขาด ขอย้ำว่าโดยเด็ดขาด
  • เขารู้สึกว่าชั้นเชิงการโกหกของเอี๋ยนมู่ต่ำต้อยมาก แต่อีกฝ่ายกลับตีสีหน้าจริงจังตลอดเวลา นี่เป็นการทดสอบพลังยุทธ์วิชาควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าของเขาว่ามีความลึกล้ำเพียงใดชัดๆ
  • เอี๋ยนมู่จับมือเสี่ยวหยู่ “อืม พวกเรากลับบ้านกัน” เหอหลงพยายามลดความมีตัวตนของตัวเองลงให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับการแสดงความรักแบบทุกที่ทุกเวลาของเจ้านาย
ความสัมพันธ์ของตัวละครพัฒนาไปอย่างช้าๆ เอี๋ยนมู่ค่อนข้างรู้ตัวเร็วว่าชอบลู่เฉิงหยูแล้ว  ส่วนลู่เฉิงหยูกว่าจะรู้ตัวว่าเอี๋ยนมู่รู้สึกพิเศษกับตัวเองปาเข้าไปเล่ม 2  แล้วยังไม่รักเอี๋ยนมู่ทันทีด้วย ต้องรอพระเอกของเรื่องแสดงความมั่งคงจริงใจให้เห็นมากกว่านี้เสียก่อน (ถึงแม้ลู่เฉิงหยูจะเป็นคนฉลาดมาก แต่ที่รู้ตัวช้า น่าจะด้วยความที่ไม่คิดเรื่องความรักของผู้ชายกับผู้ชายเลย เห็นได้จากตอนที่ลู่เฉิงหยูหลงไปอ่านนิยายวายในเน็ต แต่ไม่รู้ว่านี่คือนิยายชายรักชาย ยังบ่นว่านิยายเรื่องนี้ทำไมนางเอกยังไม่ออกมาอีก เห็นแต่อาจารย์ของพระเอกโผล่ออกมาอยู่เรือย…เล่ม1 หน้า24 /เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนท้ายแล้ว นางเอกก็ยังไม่ปรากฎตัวสักที แต่อาจารย์ของพระเอกกลับช่วยพระเอกจนเกือบตาย อะไรที่เรียกว่าข้ายอมตายเสียดีกว่าให้เจ้าเป็นอะไรไป? แต่สายสัมพันธ์อันลึกซื้งระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์เช่นนี้ก็น่าตื้นตันใจไม่น้อย…เล่ม1 หน้า 306)

ปมปริศนาเบื้องหลังการตายของพ่อแม่ของลู่เฉิงหยู ผู้เขียนแฝงไว้แต่ต้นเรื่องแบบไม่รู้ตัว? จากนั้นค่อยๆ เปิดเผยรายละเอียดทีละน้อย และมาคลี่คลายในตอนท้ายเรื่องเลย

อีกจุดที่ชอบ คือ เรื่องนี้นอกจากจะดำเนินเรื่องอยู่ในโลกความเป็นจริงแล้ว ยังแทรกบทของโลกสังคมออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตตลอดเรื่อง โดยเหล่าแฟนคลับลู่เฉิงหยูและพวกที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมักจะพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับลู่เฉิงหยูและเอี๋ยนมู่ ใน WEIBO อ่านแล้วก็สนุกดีค่ะ

นิยาย This Time...Lucky in Game, Lucky in Love

ฉากประทับใจ

ฉากที่ลู่เฉิงหยูกับเอี๋ยนมูเจอกันครั้งแรก
ทั้งสองคนเจอกันในร้านอาหาร เอี๋ยนมู่เก็บกระเป๋าสตางค์ของลู่เฉิงหยูได้และนำไปคืน ลู่เฉิงหยูเลยตอบแทนด้วยการขอเป็นคนจ่ายบิลค่าอาหารโต๊ะของเอี๋ยนมู่ด้วย เอี๋ยนมู่กำลังจะกล่าวปฏิเสธแต่ลู่เฉิงหยูยืนยันให้รับน้ำใจไว้ จากนั้นยื่นบัตรเครดิตให้พนักงาน แต่พนักงานกลับมาแล้วแจ้งว่าบัตรวงเงินคงเหลือไม่พอ ลู่เฉิงหยูจึงได้ยื่นบัตรใบใหม่ให้ไป

ครู่เดียวก็จ่ายเงินเสร็จ ลู่เฉิงหยูหันไปพูดกับผู้ชายด้านหลัง
“ขอบคุณที่เก็บเงินแล้วคืนให้นะครับ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงต้องวุ่นวายมากเลย ”
เขาพูดแล้วชี้ไปที่บัตรประจำตัวประชาชนและใบขับขี่ในกระเป๋า จากนั้นก็โบกมือ
“ลาก่อน นะครับ ”
แม้สีหน้าจะนิ่งเฉยเพียงไร แต่ใจของเขายามนี้คล้ายกำลังถูกกรีดเลือดไหลซิบๆ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครมาจากไหนเนี่ย กินข้าวมื้อหนึ่งเล่นเอาเงินที่เหลือในบัตรของเขาไม่พอ ในบัตรยังเหลือตั้งหลายพันนะนั่น

ในห้วงเวลานี้ เขารู้สึกว่าตนเองบรรลุได้ถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง นั่นก็คือ อย่าเก๊ก อย่าเบ่ง วางมาดมาก จะโดนฟ้าผ่าเอย

ตอนออกจากประตู มือเขายังสั่นอยู่เลยอ่ะ

ชอบฉากนี้เพราะฮาตอนเสี่ยวหยูเจ็บปวดใจที่ดันหน้าใหญ่ไปช่วยจ่ายบิลค่าอาหารให้เอี๋ยนมู่ คิดเป็นเงินไทยสี่หมื่นกว่าบาท! พอดีว่ามื้อนั้นเอี๋ยนมู่กินกับเพื่อนหลายคน แล้วสั่งเหล้าเก่าราคาแพงมาดื่มด้วย

ต่อมาเจอกันที่ทำงานเสี่ยวหยูก็ยังจำเอี๋ยนมู่ไม่ได้ มาจำได้ก็ตอนกินอาหารด้วยกันแล้วกำลังจะจ่ายเงินค่าอาหาร เมื่อเสี่ยวหยูนึกขึ้นได้ก็รู้สึกปวดใจขึ้นฉับพลันเลยทีเดียว 555

ฉากสารภาพรักของเอี๋ยนมู่

“ฉันคิดอยู่เสมอว่าถ้าพวกเราสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจะดีสักเพียงไร ”
“ครั้งแรกที่พบกัน คุณหันมายิ้มให้ฉัน ฉันคิดว่าทำไมโลกนี้ถึงมีผู้ชายที่ยิ้มได้สวยขนาดนี้ ”

ลู่เฉิงหยูพยายามย้อนคิดถึงครั้งแรกที่พบกับเอี๋ยนมู่ แต่ไม่ว่าคิดยังไงเขาก็จำได้แต่ความเจ็บปวดใจที่ต้องเสียเงินแปดพันไป

“แต่นั้นมา ฉันก็พบว่าไม่ว่ากับใคร คุณก็จะยิ้มสวยให้แบบนั้นเสมอ คล้ายไม่ว่าจะเจอกับเรื่องใดก้ไม่มีค่าพอให้คุณชักสีหน้าใส่ ” เอี๋ยนมู่เงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าพวกเราได้อยู่ด้วยกัน คุณสามารถยิ้มได้ถ้าอยากยิ้ม โกรธได้ถ้าอยากโกรธ ไม่ต้องบังคับให้ตัวเองดูสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ฉันทำอาหารเป็น คุณไม่ต้องทำอาหารทุกวัน บ้านของฉันมีสวนที่คุณชอบ เสี่ยวลู่…ยินดีที่จะใช้ชีวิตร่วมกับฉันไหม “

ชอบเพราะความจริงใจของเอี๋ยนมู่ แถมยังตื๊อต่อได้ดี จริงๆ ฉากสารภาพรักยาวกว่านี้ และมีคำตอบรับแบบลองคบกันดูจากเสี่ยวหยูด้วย

ฉากที่ไปร่วมเคารพศพพ่อแม่ด้วยกัน

เมื่อธูปถูกปักลง เขาก็เอื้อมมือไปตบบ่าของลู่เฉิงหยู แม้เสี่ยวหยูจะกำลังยิ้ม แต่เขามองเห็นแววตาเศร้าสร้อยเสียใจของอีกฝ่ายชัดเจน
“อย่าเสียใจ ฉันจะอยู่ข้างๆ ดูแลเสี่ยวหยูตลอดไป ”

“พ่อกับแม่ของผมรักกันมากครับ ในความทรงจำของผม พวกท่านทั้งสองไปทำงานกลับบ้านตรงตามเวลาตลอด ไม่เคยพลาดกิจกรรมของผมเลยสักครั้ง เมื่อผมทำดี พวกท่านก็จะชมผม ถ้าผมทำพลาดพวกท่านก็จะไม่โทษผม แต่จะให้คำแนะนำและให้กำลังใจ ผมไม่เคยถูกพวกท่านตีเลยสักครั้ง พวกท่านมักยิ้มให้ผมเสมอๆ ใช้ความดีงามปกป้องผม ” พูดถึงประโยคนี้ ลู่เฉิงหยูก็เหมือนจะพูดต่อไปไม่ไหว เขายืนขึ้นแล้วมองหมอกละอองน้ำฝนในหุบเขา
“ตอนที่ผมได้รับข่าวอุบัติเหตุของพวกท่าน ผมยังนึกเลยว่าคงมีใครเล่นตลกร้ายกับผม ”

เอี๋ยนมู่เดินไปจับมือของอีกฝ่าย ส่วนอีกมือรับร่มจากบอดี้การ์ดมาถือไว้เพื่อกางร่มบังน้ำฝนให้ลู่เฉิงหยูด้วยตนเอง ไม่ให้น้ำฝนสักหยดโดนร่างกายของลู่เฉิงหยูได้
“ตอนที่แม่ของฉันป่วยเสียชีวิต ฉันอายุแค่ประมาณสิบปี ตอนนั้นท่านตาบอกฉันว่าแม่ไม่อยู่แล้ว ต่อไปบ้านตระกูลเอี๋ยนจะไม่มีใครจริงใจกับฉันอีก ท่านบอกฉันว่าหลังจากวันนั้นที่พึ่งพาได้มีแต่ตัวเองเท่านั้น ”

ลู่เฉิงหยูรู้สึกว่าเอี๋ยนมู่กำลังกระทุ้งรอยบาดแผลเก่าของตนเองเพื่อปลอบใจเขา ทำให้ใจเขาอบอุ่นอย่างมาก อดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปมอง
“จากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นที่พึ่งให้พี่เองครับ ”

“ดังนั้นเสี่ยวหยูก็จะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกเช่นกัน” เอี๋ยนมู่จ้องมองลู่เฉิงหยูด้วยตาเป็นประกาย
“เสี่ยวหยูยังมีฉัน ฉันก็มีเสี่ยวหยู “

ฉากนี้ยาวกว่านี้ ยังมีคำพูดซื้งๆ ของพี่มู่ที่ไม่ได้นำมาให้อ่านอีก ชอบเพราะเป็นตอนที่ทำให้ลู่เฉิงหยูรู้ใจตัวเอง รู้สึกตกหลุมรักเอี๋ยนมู่ คนอย่างลู่เฉิงหยูไม่ใช่คนที่วางเรื่องความรักไว้ลำดับแรกของชีวิต ตอนที่ตกลงใจลองคบกับเอี๋ยนมู่นั้นเพียงแต่รู้สึกดีๆ กับเอี๋ยนมู่แต่ยังไม่ถึงขั้นรัก แต่ในวินาทีที่เอี๋ยนมู่คุกเข่าเบื้องหน้าหลุมศพพ่อแม่ เสี่ยวหยูก็รู้สึกถึงอาการใจเต้นในที่สุด รับรู้ว่าความรักนั้นบังเกิดขึ้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัวและงดงามเช่นนี้เอง

ฉากที่พี่มู่มารับเสี่ยวหยูที่สนามบิน
ฉากนี้เอี๋ยนมู่เกือบวิญญาณแตกสลายตอนทราบข่าวเครื่องบินตก ทั้งที่คนอ่านรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวหยูไม่เป็นอะไร แต่เฮียแกยังไม่รู้ เศร้าเจ็บปวดใจไปด้วยกับพี่มู่เลยค่ะ

นอกจากนี้จะชอบฉากมุ้งมิ้งเวลาพี่มู่อยู่กับเสี่ยวหยูค่ะ

“พี่มู่ ผมเคยบอกพี่ไหมครับว่าการได้พบกับพี่เป็นจุดเริ่มต้นของโชคดีที่สุดในชีวิตของผม ”
“จำไม่ได้แล้ว ”
“จำไม่ได้แล้วจริงๆ หรือครับ ”
“อืม… ”
“หึ ”
“จำได้แค่ว่า การได้มีเสี่ยวหยูเคียงข้างถึงเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของฉัน “

หาซื้อหนังสือได้ที่ไหน?
ตอนซื้อหนังสือเรื่อง This Time…Lucky in Game, Lucky in Love ได้สั่งซื้อจากเว็บไซต์ www.booksonline.in.th (ร้านนี้ให้ส่วนลดเยอะดีค่ะ ตอนที่เขียนรีวิวเรื่องนี้ ได้กลับไปหาข้อมูลที่เว็บไซต์ดังกล่าว ปรากฎว่าหน้าสินค้าเรื่องนี้หายไปแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าจะนำเรื่องนี้กลับมาขายใหม่หรือเปล่า แต่ที่ร้านหนังสืออื่นก็มีขายนะคะ)

สั่งซื้อทางร้านหนังสือออนไลน์
ร้านนายอินทร์ www.naiin.com
ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ www.se-ed.com
ร้านแจ่มใส www.jamsai.com

เกี่ยวกับ จอย

ไม่ใช่นักอ่านหนังสือตัวยง ทุกวันนี้พยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะการอ่านหนังสือดีๆ ทำให้เราได้ความรู้ และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ เคยทำงานประจำด้าน IT มาก่อน ปัจจุบันเขียนบทความใน Blog ไปเรื่อย และเปิดร้านค้าออนไลน์ www.rudedogonline.com

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

robinson-crusoe

โรบินสัน ครูโซ (Robinson Crusoe)

นวนิยายอมตะ แนวผจญภัย เกี่ยวกับกะลาสีเรือที่รอดชีวิตจากเรืออับปาง แล้วต้องไปใช้ชีวิตอยู่บนเกาะร้างเพียงลำพัง เขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *